เคยสงสัยไหมว่าทำไมบิลค่าไฟเดือนนี้ถึงพุ่งกระฉูดจนกระเป๋าแทบฉีก? ทั้งที่เรารู้สึกว่าก็เปิดแอร์เท่าเดิม หรือแทบไม่ได้อยู่บ้านช่วงกลางวันเลยด้วยซ้ำ จริง ๆ แล้ว วายร้ายที่คอยสูบเงินในกระเป๋าเราอาจเป็นบรรดาเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เราใช้งานอยู่ทุกวันโดยไม่รู้ตัวนั่นเอง ดังนั้นในบทความนี้ Leetech จะพาทุกคนไปส่องเช็กลิสต์ 10 อันดับเครื่องใช้ไฟฟ้าตัวท็อปที่กินไฟดุที่สุดในบ้าน พร้อมแชร์ทริกการประหยัดไฟง่าย ๆ ที่ทำตามได้ทันที ช่วยเซฟเงินในกระเป๋าได้อีกเยอะเลย!
มาดูกันดีกว่าว่า ในบ้านของเรามีเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นไหนบ้างที่กินไฟมากที่สุดบ้าง ดังนี้
เห็นเครื่องเล็ก ๆ แบบนี้ แต่ขอบอกเลยว่ากินไฟยืนหนึ่ง! เพราะเครื่องทำน้ำอุ่นใช้กำลังไฟฟ้าสูงถึง 3,500 – 6,000 วัตต์ ยิ่งใครชอบอาบน้ำอุ่นจัด ๆ และเปิดน้ำทิ้งไว้นาน ๆ มิเตอร์ไฟหน้าบ้านจะหมุนเร็วจนน่าใจหายเลยทีเดียว

ไอเทมยกระดับความสุขในยุคที่เมืองไทยร้อนตับแลบ เครื่องปรับอากาศขนาดทั่วไปกินไฟประมาณ 1,200 – 3,300 วัตต์ (ขึ้นอยู่กับขนาด BTU และอุณหภูมิที่ตั้ง) แม้จะกินวัตต์น้อยกว่าเครื่องทำน้ำอุ่น แต่ด้วยพฤติกรรมการใช้งานที่เปิดต่อเนื่องหลายชั่วโมงต่อวัน จึงทำให้แอร์กลายเป็นแชมป์ที่ทำให้ค่าไฟพุ่งสูงที่สุดในแต่ละเดือน
หลายคนอาจจะตกใจว่า ตู้เย็นกินไฟจริงไหม และตู้เย็นใช้ไฟกี่วัตต์? ทั่วไปแล้ว ตู้เย็นเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่จะใช้กำลังไฟประมาณ 70 – 150 วัตต์ จริง ๆ ถือว่าน้อยมาก แต่กลับเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าชนิดเดียวในบ้านที่จำเป็นต้องเปิดทิ้งไว้ตลอด 24 ชั่วโมง 365 วัน ยิ่งถ้าชอบเปิดประตูตู้เย็นค้างไว้ หรือแช่ของจนแน่นเกินไป คอมเพรสเซอร์ก็ยิ่งทำงานหนักและกินไฟมากขึ้นนั่นเอง

เครื่องซักผ้าปกติแล้ว จะใช้กำลังไฟอยู่ที่ประมาณ 500 – 2,000 วัตต์ หากเครื่องซักผ้าที่บ้านคุณมีโหมดโหมดซักน้ำร้อน หรือมีระบบอบผ้าในตัวก็จะยิ่งกินไฟมาก เพราะเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ต้องอาศัยความร้อนพลังงานสูงมาก หากซักผ้าบ่อย ๆ หรือซักครั้งละน้อย ๆ ตัวเลขในบิลค่าไฟเพิ่มขึ้นแน่นอน
เตารีดไฟฟ้าใช้กำลังไฟประมาณ 1,000 – 2,600 วัตต์ ถือเป็นอุปกรณ์ที่แปลงพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานความร้อนโดยตรง ดังนั้นการรีดผ้าคราวละตัวสองตัวบ่อย ๆ จะกินไฟมากกว่าการรวบรวมมารีดพร้อมกันทีเดียวในหนึ่งสัปดาห์

เครื่องครัวยุคใหม่ของคนรักสุขภาพและเน้นความสะดวกสบาย เครื่องพวกนี้กินไฟประมาณ 800 – 1,500 วัตต์ แม้จะใช้งานในระยะเวลาสั้น ๆ แต่หากทำอาหารหลายเมนูติดต่อกัน หรืออุ่นอาหารบ่อย ๆ ตลอดทั้งวัน ก็สร้างตัวเลขค่าไฟที่น่าสะพรึงกลัวได้เหมือนกัน
เครื่องใช้ไฟฟ้าสามัญประจำบ้านที่กินไฟประมาณ 600 – 1,000 วัตต์ ความสิ้นเปลืองไม่ได้อยู่ตอนต้มน้ำให้เดือดเพียงอย่างเดียว แต่เกิดขึ้นเมื่อเราเสียบปลั๊กทิ้งไว้ให้ระบบต้มซ้ำตลอดทั้งวัน เพื่อรักษาน้ำให้ร้อนอยู่เสมอ ซึ่งเป็นการสิ้นเปลืองพลังงานโดยใช่เหตุ

ผู้ช่วยทำความสะอาดบ้านยุคนี้มีกำลังไฟค่อนข้างสูง อยู่ที่ประมาณ 1,000 – 2,000 วัตต์ ยิ่งถ้าเราเปิดโหมดแรงดูดสูงสุด หรือใช้งานต่อเนื่องโดยไม่ล้างถุงเก็บฝุ่น มอเตอร์จะทำงานหนักขึ้นและกินไฟมากกว่าเดิม
ไดร์เป่าผมส่วนใหญ่ใช้กำลังไฟพุ่งไปถึง 1,000 – 2,200 วัตต์ พอ ๆ กับเตารีดเลยทีเดียว เพราะเป็นการทำงานโดยใช้ลมร้อนจัด และแรงสุดพ่นเป่าผมเป็นเวลานาน ย่อมทำให้มิเตอร์ไฟทำงานหนักตามไปด้วย

ปิดท้ายด้วยความบันเทิงในบ้าน อย่างโทรทัศน์ โดยเฉพาะหน้าจอขนาดใหญ่ (LED/OLED) จะกินไฟประมาณ 50 – 250 วัตต์ แม้ดูเหมือนไม่เยอะ แต่ถ้าเปิดทิ้งไว้เป็นเพื่อนแก้เหงาทั้งวัน หรือปิดด้วยรีโมทแต่ไม่ได้ถอดปลั๊กออก กระแสไฟก็ยังคงหล่อเลี้ยงระบบสแตนด์บายอยู่ตลอดเวลา
เมื่อรู้แล้วว่า ชิ้นไหนคือตัวสูบพลังงาน เรามาปรับพฤติกรรมการใช้งานเพื่อเซฟเงินในกระเป๋ากันดีกว่า โดยสามารถทำตามเราได้ ดังนี้
นอกจากพฤติกรรมการใช้งานแล้ว การจัดระเบียบระบบไฟในบ้านก็เป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม การเลือกใช้ ท่อเดินสายไฟที่ได้มาตรฐาน จะช่วยปกป้องสายไฟจากความร้อน ความชื้น และแรงกระแทก ลดความเสี่ยงเรื่องไฟรั่ว ไฟช็อต อันเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าทำงานผิดปกติจนกินไฟมากขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น การวางระบบและเดินท่อสายไฟอย่างถูกต้อง จะช่วยเสริมความปลอดภัยให้ทุกคนในครอบครัว และทำความสะอาดบ้านได้ง่ายขึ้นอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม หากคุณกำลังมองหาอุปกรณ์จัดเก็บสายไฟและท่อร้อยสายไฟคุณภาพสูง ทนทาน ปลอดภัย ติดตั้งง่าย มั่นใจในแบรนด์ Leetech ผลิตภัณฑ์ที่ช่างไฟมืออาชีพเลือกใช้ ให้เราดูแลทุกระบบไฟในบ้านคุณเพื่อความอุ่นใจในระยะยาว!
โดยทั่วไปตู้เย็นขนาด 7 – 10 คิว จะใช้กำลังไฟประมาณ 70 – 150 วัตต์ และเนื่องจากต้องเสียบปลั๊กใช้งานตลอด 24 ชั่วโมง จะคิดเป็นค่าไฟเฉลี่ยประมาณ 150 – 300 บาทต่อเดือน ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการเปิดตู้เย็น และตำแหน่งที่ตั้งว่าโดนแดดหรืออยู่ใกล้ความร้อนหรือไม่ด้วย
โดยปกติจะอยู่ที่ 500 – 2,000 วัตต์ หากต้องการประหยัดไฟ แนะนำให้รวบรวมผ้าให้ได้ปริมาณเต็มความจุของเครื่องแล้วค่อยซักในครั้งเดียว ดีกว่าการซักบ่อย ๆ ทีละน้อยชิ้น และหลีกเลี่ยงการใช้น้ำร้อนหากไม่จำเป็น ส่วนช่วงเวลาที่ช่วยประหยัดไฟได้ สำหรับบ้านที่ใช้มิเตอร์ไฟประเภท TOU คือช่วง Off-Peak หรือหลัง 22.00 น. ถึง 09.00 น. ของวันธรรมดา และวันเสาร์-อาทิตย์ทั้งวัน ซึ่งจะมีอัตราค่าไฟที่ถูกกว่าช่วงกลางวัน
จริง โดยการเสียบปลั๊กทิ้งไว้จะเรียกว่า Standby Power หรือกระแสไฟฟ้ารั่วไหลขณะสแตนด์บาย เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีระบบรีโมทคอนโทรล มีหน้าจอแสดงเวลา เช่น ไมโครเวฟ ทีวี กล่องดิจิทัล หรือคอมพิวเตอร์ แม้เราจะกดปิดเครื่องไปแล้ว แต่ตราบใดที่ปลั๊กยังเสียบอยู่ ก็ยังมีกระแสไฟวิ่งเข้าไปเลี้ยงระบบเพื่อพร้อมใช้งานตลอดเวลา ซึ่งอาจคิดเป็นค่าไฟที่เพิ่มขึ้นประมาณ 1 – 5% ของค่าไฟรวมทั้งบ้านเลยทีเดียว