พอเข้าสู่ช่วงหน้าฝน นอกจากความเย็นฉ่ำของสายฝนที่ช่วยคลายร้อนแล้ว สิ่งหนึ่งที่มักจะตามมาเป็นแพ็กเกจคู่กันจนน่าหงุดหงิดใจก็คือปัญหาไฟดับ โดยเฉพาะบ้านไหนที่เจออาการไฟดับบ่อย แทบจะทุกครั้งที่ฝนตกหนัก ย่อมส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต และอาจทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านเสียหายได้ ในบทความนี้ Leetech จะพาคุณไปเจาะลึกถึงสาเหตุ พร้อมแชร์วิธีรับมือและแก้ไขปัญหาอย่างมืออาชีพเพื่อให้บ้านของคุณปลอดภัยตลอดฤดูฝนนี้กัน
หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมแค่ฝนตกหรือลมพัดแรงนิดหน่อย ระบบไฟฟ้าถึงขัดข้องได้ง่ายดายขนาดนั้น ความจริงแล้วมีหลายปัจจัยประกอบกัน ดังนี้
ลมพายุที่รุนแรงในช่วงหน้าฝน มักจะพัดพาเอาเศษกิ่งไม้หรือต้นไม้ใหญ่ล้มทับสายไฟฟ้าแรงสูง ทำให้สายขาดหรือระบบตัดไฟทำงานอัตโนมัติเพื่อความปลอดภัย นอกจากนี้ ลมแรงยังอาจทำให้สายไฟฟ้าที่อยู่ใกล้กันแกว่งมาแตะกันจนเกิดอาการไฟดับได้ในทันที
ฟ้าผ่าเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่มีแรงดันไฟฟ้ามหาศาล หากฟ้าผ่าลงบริเวณใกล้เคียงกับแนวสายส่งไฟฟ้า จะทำให้เกิดกระแสไฟเกินขนาดหรือไฟกระชาก วิ่งเข้าสู่ระบบจ่ายไฟ ทำให้ฟิวส์ขาด หรือหม้อแปลงไฟฟ้าเกิดความเสียหายจนต้องหยุดจ่ายกระแสไฟชั่วคราว
ในช่วงที่ฝนตกหนัก สัตว์มีพิษหรือสัตว์เลื้อยคลาน เช่น งู หรือกระรอก มักจะหนีน้ำขึ้นไปที่สูง และจุดที่พวกมันชอบไปหลบอาศัยก็คือตามเสาไฟฟ้าหรือตู้คอนโทรล เมื่อสัตว์เหล่านี้เข้าไปสัมผัสกับอุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีกระแสไฟอยู่ ก็จะทำให้เกิดการลัดวงจรหรือไฟช็อต จนระบบไฟฟ้าในบริเวณนั้นขัดข้องได้เช่นกัน
หากระบบไฟฟ้าภายในบ้าน หรืออุปกรณ์ภายนอกเสื่อมสภาพ เช่น ฉนวนหุ้มสายไฟปริแตก เมื่อเจอฝนสาดหรือมีความชื้นสูง จะทำให้กระแสไฟฟ้ารั่วไหลได้ง่ายขึ้น และหากน้ำซึมเข้าไปในจุดเชื่อมต่อที่ไม่ได้มาตรฐาน ก็จะเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ไฟดับอยู่บ่อย ๆ ได้ เนื่องจากเบรกเกอร์ตัดไฟทำงานเพื่อป้องกันอันตราย
การที่ไฟดับไม่ได้เพียงแค่ทำให้บ้านมืดสนิทเท่านั้น แต่ยังส่งผลเสียในด้านอื่น ๆ ที่เราอาจนึกไม่ถึง เช่น
เราสามารถลดความเสี่ยงและเตรียมความพร้อมเพื่อเผชิญกับหน้าฝนได้อย่างมั่นใจด้วยวิธีดังนี้

ควรตรวจสอบไฟฉายและไฟฉุกเฉินให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานเสมอ รวมถึงชาร์จพาวเวอร์แบงค์ให้เต็ม เผื่อกรณีที่ต้องใช้สมาร์ทโฟนติดต่อสื่อสารในช่วงที่ไฟดับเป็นเวลานาน
เมื่อเกิดอาการไฟดับบ่อย สิ่งแรกที่ควรทำ คือการถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นใหญ่ ๆ ออกทันที เพื่อป้องกันความเสียหายจากไฟกระชากที่มักจะเกิดขึ้นในช่วงที่กระแสไฟฟ้ากลับมาทำงานใหม่อีกครั้ง
สำหรับอุปกรณ์สำคัญอย่างคอมพิวเตอร์ หรือเครื่องมือแพทย์ภายในบ้าน ควรติดตั้งเครื่องสำรองไฟ (UPS) เพื่อช่วยหน่วงเวลาให้คุณมีโอกาสปิดเครื่องได้อย่างปลอดภัย และช่วยกรองกระแสไฟให้เสถียรขึ้น ลดปัญหาจากอาการไฟตกได้ดี
ควรหมั่นตรวจเช็กสายไฟว่า มีการปริแตกหรือไม่ โดยเฉพาะจุดที่อยู่นอกอาคาร แนะนำให้เลือกใช้อุปกรณ์คุณภาพจาก Leetech เช่น การเก็บสายไฟให้มิดชิด ด้วยท่อเดินสายไฟ ที่มีความทนทาน และควรติดตั้งกล่องกันน้ำ หรือตู้กันน้ำในจุดเชื่อมต่อสายไฟภายนอก เพื่อป้องกันความชื้นและน้ำฝนที่เป็นตัวการสำคัญทำให้ระบบไฟฟ้าขัดข้อง

ปัญหาไฟดับบ่อยในช่วงหน้าฝนอาจเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงได้ยากจากปัจจัยทางธรรมชาติ แต่เราสามารถผ่อนหนักให้เป็นเบาได้ด้วยการเตรียมความพร้อม และการเลือกใช้อุปกรณ์ติดตั้งทางไฟฟ้าที่มีคุณภาพ การติดตั้งระบบป้องกันที่แน่นหนา เช่น การใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ได้มาตรฐานจาก Leetech ซึ่งผลิตจากวัสดุคุณภาพสูง และออกแบบมาเพื่อปกป้องสายไฟจากความชื้นหรือน้ำฝนโดยเฉพาะ จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยสูงสุดให้กับคนในบ้าน และยืดอายุการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าของคุณให้ยาวนานยิ่งขึ้น ให้คุณอุ่นใจและหมดกังวลเรื่องระบบไฟขัดข้องตลอดช่วงหน้าฝนนี้ สนใจสามารถเลือกชมและสั่งซื้อสินค้าได้ที่ www.leetech.co.th/ เลย
จริง เพราะเมื่อไฟฟ้ากลับมาหลังจากไฟดับ อาจเกิดไฟกระชากที่ส่งผลต่อแผงวงจรและคอมเพรสเซอร์ของเครื่องใช้ไฟฟ้า โดยเฉพาะแอร์และตู้เย็นที่มีระบบทำงานต่อเนื่อง หากเกิดบ่อยครั้งอาจทำให้อายุการใช้งานสั้นลงได้
ได้ เพราะน้ำหรือความชื้นที่เข้าไปภายในกล่องพักสายไฟ อาจทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจร ส่งผลให้ระบบตัดไฟอัตโนมัติและเกิดไฟดับได้ ดังนั้นควรเลือกใช้กล่องพักสายไฟแบบกันน้ำและติดตั้งอย่างเหมาะสม
แนะนำให้ตรวจสอบระบบไฟฟ้าภายในบ้านอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง โดยเฉพาะก่อนเข้าสู่ฤดูฝน เพื่อเช็กสภาพสายไฟ เบรกเกอร์ และอุปกรณ์ไฟฟ้าต่าง ๆ ว่ายังอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานและปลอดภัยหรือไม่