บทความ

วิธีคิดคำนวณค่าไฟด้วยตัวเอง คิดยังไงให้เข้าใจง่าย

วิธีคิดคำนวณค่าไฟ

บิลค่าไฟมาแต่ละที หลายคนอาจจะสงสัยว่าตัวเลขที่ต้องจ่ายนั้นมาจากไหน ทำไมบางเดือนถูก บางเดือนแพงหูฉี่ ทั้งที่รู้สึกว่าใช้ไฟเท่าเดิม เพราะฉะนั้นการรู้วิธีคำนวณค่าไฟ นอกจากจะช่วยให้เราสามารถตรวจสอบความถูกต้องของบิลค่าไฟได้แล้ว ยังช่วยให้วางแผนการใช้ไฟฟ้า และประหยัดไฟได้มากขึ้นอีกด้วย บทความนี้ Leetech จะพาไปดูวิธีคิดค่าไฟ พร้อมสูตรและวิธีคิดง่าย ๆ ที่ใครก็ทำตามได้

ค่าไฟคิดยังไง? ส่วนประกอบหลักของบิลค่าไฟ

ก่อนจะไปลงมือคำนวณค่าไฟ เราต้องทำความเข้าใจก่อนว่าบิลค่าไฟ 1 ใบที่เราได้รับทุกเดือนนั้น ประกอบไปด้วยอะไรบ้าง ซึ่งโดยหลัก ๆ แล้วจะแบ่งออกเป็น 4 ส่วนสำคัญ ดังนี้

มิเตอร์ไฟฟ้า

ค่าไฟฟ้าฐาน

ค่าไฟฟ้าฐาน คือต้นทุนหลักในการผลิตและส่งจ่ายพลังงานไฟฟ้า ซึ่งการไฟฟ้านครหลวง และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจะคิดราคาแบบอัตราก้าวหน้า (Progressive Rate) หมายความว่า ยิ่งใช้ไฟเยอะ ค่าไฟต่อหน่วยก็จะยิ่งแพงขึ้นตามลำดับขั้น

ค่า Ft หรือค่าไฟฟ้าผันแปร

ค่า Ft (Fuel Adjustment Charge) คือค่าไฟฟ้าที่มีการปรับเปลี่ยนตามต้นทุนการผลิตไฟฟ้า เช่น ราคาเชื้อเพลิง อัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา หรือนโยบายของรัฐ ซึ่งจะมีการปรับปรุงตัวเลขทุก ๆ 4 เดือน ทำให้ค่า Ft มีโอกาสทั้งปรับขึ้นและลดลง

ค่าบริการรายเดือน

ค่าใช้จ่ายคงที่ที่ผู้ใช้ไฟฟ้าต้องจ่ายทุกเดือนสำหรับการให้บริการต่าง ๆ ของการไฟฟ้า เช่น ค่าจดหน่วยมิเตอร์ ค่าพิมพ์บิลค่าไฟ และค่าดูแลรักษาระบบ ซึ่งแต่ละประเภทผู้ใช้ไฟฟ้าจะมีอัตราค่าบริการที่แตกต่างกันออกไป

ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%

ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% จะนำเอา ค่าไฟฟ้าฐาน ค่า Ft และค่าบริการรายเดือน มาคำนวณรวมกัน จากนั้นคูณด้วย 7% เพื่อเป็นยอดรวมสุทธิที่ต้องชำระ

สูตรคำนวณค่าไฟจากเครื่องใช้ไฟฟ้าแบบเข้าใจง่าย

สำหรับคนที่อยากรู้ว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าแต่ละชิ้นกินไฟเท่าไหร่ มีสูตรการคำนวณหาจำนวนหน่วย (ยูนิต) ไฟฟ้าแบบง่าย ๆ ตามสูตรดังนี้ 

  • แปลงค่าวัตต์: เอากำลังไฟ (วัตต์) x จำนวนเครื่อง แล้วหารด้วย 1,000
  • หาค่าไฟรายวัน: นำผลลัพธ์ที่ได้ มาคูณ “จำนวนชั่วโมง” ที่เปิดใช้ต่อวัน
  • หาค่าไฟรายเดือน: นำค่าไฟรายวัน ไปคูณ 30 วัน (หรือ 31 วัน)

ตัวอย่างเช่น พัดลมขนาด 50 วัตต์ 1 ตัว เปิดวันละ 10 ชั่วโมง จะคำนวณได้ดังนี้ 

  • ให้นำ (50 x 1) ÷ 1,000 = 0.05 
  • จำนวนชั่วโมงที่ใช้งานใน 1 วัน 10 ชม. ให้นำ 0.05 x 10 ชม = ใช้ไฟไป 0.5 หน่วยต่อวัน 
  • 0.5 x 30 = ค่าไฟ 15 หน่วยต่อเดือน

เมื่อคำนวณเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชิ้นแล้วนำมารวมกัน เราก็จะได้จำนวนหน่วยไฟฟ้ารวมทั้งบ้าน เพื่อนำไปคิดค่าไฟประจำเดือนต่อไป

วิธีคิดค่าไฟด้วยตัวเองแบบง่าย ๆ

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนว่าสรุปแล้วเดือนนี้เราต้องจ่ายค่าไฟกี่บาท สามารถลองนำตัวเลขมาคำนวณตาม 4 ขั้นตอนนี้ได้เลย

  • รวมหน่วยการใช้ไฟทั้งหมด 

หาจำนวนหน่วยไฟฟ้า (ยูนิต) ที่ใช้ไปทั้งหมดใน 1 เดือน โดยสามารถดูตัวเลขการใช้ไฟรวมได้จากบิลค่าไฟ หรือหากต้องการประเมินล่วงหน้า ให้นำจำนวนหน่วยไฟฟ้าของเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชิ้นในบ้านที่คำนวณไว้มาบวกรวมกัน

  • คิดค่าไฟฐาน (ตามขั้นบันได) 

นำจำนวนหน่วยไฟฟ้ารวมที่ได้ ไปเทียบกับอัตราค่าไฟของการไฟฟ้านครหลวง หรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ซึ่งจะคิดราคาแบบขั้นบันได ยิ่งใช้ไฟเยอะ หน่วยหลัง ๆ ก็จะยิ่งแพงขึ้น ตัวอย่างเช่น บ้านพักอาศัยที่ใช้ไฟเกิน 150 หน่วยต่อเดือน จะมีอัตราคิดแยกตามขั้น (อ้างอิงอัตราฐานทั่วไป) ดังนี้

  • 150 หน่วยแรก (หน่วยที่ 1 – 150) ราคาประมาณ 3.24 บาท/หน่วย
  • 250 หน่วยถัดไป (หน่วยที่ 151 – 400) ราคาประมาณ 4.22 บาท/หน่วย
  • เกิน 400 หน่วยขึ้นไป (หน่วยที่ 401 เป็นต้นไป) ราคาประมาณ 4.42 บาท/หน่วย

ให้นำจำนวนหน่วยในแต่ละขั้นมาคูณกับราคา แล้วนำผลลัพธ์ของทุกขั้นมาบวกรวมกัน จะได้เป็น “ยอดค่าไฟฟ้าฐาน”

  • บวกค่า Ft และค่าบริการรายเดือน 

นำยอดค่าไฟฟ้าฐานจากข้อ 2 มาบวกกับค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอีก 2 ส่วน ได้แก่

  • ค่า Ft รวม หาได้จากการนำจำนวนหน่วยไฟฟ้ารวมทั้งหมด มาคูณกับอัตราค่า Ft ของรอบเดือนนั้น เช่น หากค่า Ft คือ 0.39 บาท/หน่วย และใช้ไฟไป 300 หน่วย ค่า Ft รวมจะเท่ากับ 300 x 0.39 = 117 บาท
  • ค่าบริการรายเดือน เป็นอัตราคงที่ที่การไฟฟ้าเรียกเก็บแยกตามประเภทผู้ใช้งาน เช่น บ้านทั่วไปที่ใช้ไฟเกิน 150 หน่วย/เดือน จะมีค่าบริการอยู่ที่ 38.22 บาท/เดือน
  • บวกภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%) 

นำตัวเลขที่ได้จากข้อ 2 และข้อ 3 มารวมกัน ดังนี้ ค่าไฟฟ้าฐาน + ค่า Ft รวม + ค่าบริการรายเดือนจากนั้นนำยอดเงินรวมที่ได้ไปคูณด้วย 1.07 หรือนำยอดไปคิด VAT 7% แล้วนำมาบวกเพิ่ม

ค่าที่ออกมาก็คือยอดบิลค่าไฟสุทธิที่เราต้องจ่ายในเดือนนั้นนั่นเอง ซึ่งการแยกคิดเป็นสเต็ปแบบนี้ จะช่วยให้เข้าใจที่มาที่ไปของตัวเลขในบิลค่าไฟได้ง่ายขึ้นมาก

ทำไมค่าไฟแพงขึ้น ทั้งที่ใช้ไฟเหมือนเดิม

หลายคนมักมีคำถามว่า ทำไมยอดค่าไฟถึงพุ่งสูงขึ้น ทั้ง ๆ ที่พฤติกรรมการใช้ชีวิตก็ยังเหมือนเดิม เปิดแอร์เท่าเดิม ดูทีวีเท่าเดิม สาเหตุหลักๆ มักมาจากปัจจัยเหล่านี้

  • ค่า Ft เปลี่ยน อย่างที่เกริ่นไปว่าค่า Ft มีการปรับเปลี่ยนอยู่เสมอ หากช่วงไหนที่ต้นทุนเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าสูงขึ้น ค่า Ft ก็จะถูกปรับขึ้นตาม ส่งผลให้ยอดรวมค่าไฟแพงขึ้นโดยที่เราไม่ได้ใช้ไฟมากขึ้นเลย
  • เครื่องใช้ไฟฟ้ากินไฟมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว เครื่องใช้ไฟฟ้าที่เก่าหรือขาดการบำรุงรักษา เช่น แอร์ที่ไม่ได้ล้างมานาน ตู้เย็นที่ขอบยางเสื่อมสภาพ จะต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อรักษาอุณหภูมิ ทำให้กินไฟมากกว่าปกติ
  • พฤติกรรมการใช้ไฟช่วงหน้าร้อน ในช่วงที่อากาศร้อนจัด เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ทำความเย็นอย่างแอร์ หรือตู้เย็นจะต้องใช้พลังงานในการทำความเย็นมากกว่าช่วงฤดูหนาว แม้จะเปิดใช้งานในจำนวนชั่วโมงเท่าเดิม แต่คอมเพรสเซอร์ต้องทำงานหนักขึ้นและตัดน้อยลง ทำให้กินไฟเพิ่มขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้

มัดรวมทริกเด็ด! วิธีประหยัดค่าไฟที่ทำได้จริงในบ้านคุณ

พอรู้แล้วว่าค่าไฟคิดยังไง ลองมาดูวิธีง่าย ๆ ที่จะช่วยลดการใช้ไฟและเซฟเงินในกระเป๋าได้แบบเห็นผลจริงกัน

  • เลือกใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 และควรเลือกขนาดให้เหมาะสมกับพื้นที่ใช้งาน
  • ถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกครั้งเมื่อไม่ได้ใช้งาน เพราะเครื่องใช้ไฟฟ้าบางชนิดแม้จะปิดสวิตช์แล้วแต่ยังมีไฟเลี้ยงระบบอยู่ (Standby Power)
  • ล้างแอร์อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง และปรับอุณหภูมิให้อยู่ที่ 26 – 27 องศาเซลเซียส พร้อมกับเปิดพัดลมช่วย จะทำให้รู้สึกเย็นสบายและประหยัดไฟได้มากขึ้น
  • ไม่เปิดตู้เย็นบ่อย ๆ หรือเปิดค้างไว้นาน ๆ และไม่ควรแช่ของจนแน่นตู้เกินไป
  • เปลี่ยนมาใช้หลอดไฟ LED แทนหลอดไส้ หรือหลอดฟลูออเรสเซนต์แบบเดิม เพราะกินไฟน้อยกว่าและอายุการใช้งานยาวนานกว่า

บิลค่าไฟ

สรุปบทความ

การรู้วิธีคำนวณค่าไฟด้วยตัวเอง ช่วยให้เรามองเห็นพฤติกรรมการใช้ไฟภายในบ้านได้ชัดเจนขึ้น และวางแผนประหยัดพลังงานได้อย่างเหมาะสม อย่างไรก็ตาม นอกจากการปรับพฤติกรรมการใช้ไฟแล้ว การเลือกใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ได้มาตรฐานก็มีส่วนช่วยเพิ่มความปลอดภัย และลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในระยะยาว หากกำลังมองหาอุปกรณ์สำหรับงานระบบไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็นท่อเดินสายไฟ กล่องพักสายไฟ หรืออุปกรณ์ไฟฟ้าอื่น ๆ สามารถเลือกชมสินค้าจาก Leetech ที่ออกแบบมาให้แข็งแรง ทนทาน และเหมาะกับการใช้งานหลากหลายรูปแบบ พร้อมสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อเลือกสินค้าให้เหมาะกับงานของคุณได้แล้ววันนี้ที่ Line @leetech 

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ค่า Ft คืออะไร ทำไมต้องจ่าย?

ค่า Ft (Fuel Adjustment Charge) เป็นกลไกการปรับอัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ เพื่อสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของต้นทุนการผลิตไฟฟ้าที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของการไฟฟ้า เช่น ราคาเชื้อเพลิงในตลาดโลก อัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา เราจึงต้องจ่ายค่า Ft เพื่อให้การไฟฟ้านำไปครอบคลุมต้นทุนส่วนนี้ที่อาจเพิ่มขึ้น หรือลดลงนั่นเอง

เครื่องใช้ไฟฟ้าชนิดไหนในบ้านที่กินค่าไฟมากที่สุด?

โดยส่วนใหญ่แล้ว เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้ความร้อนและทำความเย็นจะกินไฟมากที่สุด เช่น เครื่องทำน้ำอุ่น เครื่องปรับอากาศ เตารีดไฟฟ้า ตู้เย็นและเตาอบไมโครเวฟ เป็นต้น

ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่บ้าน คิดค่าไฟยังไง คุ้มกว่าชาร์จสถานีข้างนอกไหม?

การชาร์จรถ EV ที่บ้านมักจะคุ้มค่ากว่า หากขอเปลี่ยนมิเตอร์เป็นแบบ TOU (Time of Use) ซึ่งเป็นการคิดค่าไฟตามช่วงเวลา โดยหากชาร์จในช่วง Off-Peak (22.00 – 09.00 น. ในวันจันทร์-ศุกร์ และตลอดวันในวันเสาร์-อาทิตย์ รวมถึงวันหยุดนักขัตฤกษ์) อัตราค่าไฟจะถูกกว่าช่วงเวลาปกติมาก ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายได้ดีกว่าการไปชาร์จตามสถานีบริการข้างนอก

อยู่หอพักหรือคอนโด ทำไมค่าไฟแพงกว่าบ้านทั่วไป เจ้าของคิดค่าไฟยังไง?

สำหรับหอพัก อพาร์ตเมนต์ หรือคอนโดบางแห่ง เจ้าของ หรือนิติบุคคลมักจะคิดค่าไฟในอัตราคงที่ (Flat Rate) เช่น หน่วยละ 7 – 8 บาท ซึ่งสูงกว่าอัตราก้าวหน้าของไฟบ้านทั่วไป เนื่องจากต้องนำไปเฉลี่ยเป็นค่าใช้จ่ายส่วนกลาง ค่าไฟตามทางเดิน พื้นที่ส่วนกลาง หรือปั๊มน้ำ ทำให้ยอดบิลค่าไฟต่อหน่วยดูแพงกว่าการอยู่บ้านพักอาศัยปกตินั่นเอง