ไฟช็อต ไฟรั่ว ไฟดูดหรือไฟฟ้าลัดวงจรเป็นอุบัติเหตุใกล้ตัวที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น เพราะนอกจากจะทำให้อุปกรณ์ไฟฟ้าเสียหายแล้ว ยังเป็นสาเหตุหลักของอัคคีภัยที่สร้างความสูญเสียต่อทรัพย์สินและชีวิต เพราะฉะนั้นในบทความนี้ Leetech จะพาคุณไปเจาะลึกสาเหตุของการเกิดไฟช็อตว่าเกิดจากอะไร พร้อมแนวทางป้องกันที่ทำตามได้จริง เพื่อเปลี่ยนบ้านให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับทุกคนในครอบครัว
ไฟช็อต คือปรากฏการณ์ที่กระแสไฟฟ้าไหลลัดผ่านเส้นทางที่สั้นที่สุด หรือออกนอกเส้นทางที่ออกแบบไว้ในวงจร ซึ่งมักเกิดจากการที่สายไฟเส้นที่มีกระแสไฟฟ้า (สาย L) สัมผัสกับสายไฟเส้นที่ไม่มีกระแสไฟฟ้า (สาย N) หรือโครงโลหะโดยตรง เมื่อเกิดการลัดวงจร กระแสไฟฟ้าปริมาณมหาศาลจะไหลผ่านจุดนั้นอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดความร้อนสะสมสูง ประกายไฟ เสียงดังคล้ายระเบิด และเป็นสาเหตุอันดับต้น ๆ ของการเกิดอัคคีภัยในที่พักอาศัย
ไฟรั่ว คือความผิดปกติที่เกิดจากกระแสไฟฟ้ารั่วไหลออกจากวงจรที่ควรจะเป็น ไปอยู่ตามโครงสร้างภายนอกที่เป็นโลหะของเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น โครงตู้เย็น โครงเครื่องซักผ้า หรือแม้กระทั่งผนังบ้านที่มีความชื้น ไฟรั่วอาจไม่ทำให้เกิดประกายไฟจนสังเกตเห็นได้ชัดเจนเหมือนไฟช็อต แต่จะทำให้สิ้นเปลืองพลังงาน หรือค่าไฟแพงขึ้นโดยไม่ทราบสาเหต และเป็นเสมือนระเบิดเวลาที่รอให้มีคนไปสัมผัส ซึ่งจะนำไปสู่อันตรายร้ายแรงที่เรียกว่า “ไฟดูด” หากไม่มีระบบสายดินป้องกันไว้
ไฟดูด คือผลลัพธ์ที่เกิดต่อเนื่องมาจากการสัมผัสกับจุดที่มีไฟรั่วหรือสายไฟที่ชำรุด โดยร่างกายของมนุษย์มีความชื้นและทำหน้าที่เป็นตัวนำไฟฟ้า เมื่อเราไปสัมผัสกับกระแสไฟฟ้าโดยที่เท้าเหยียบอยู่บนพื้น หรือร่างกายเปียกชื้น กระแสไฟฟ้าจะไหลผ่านร่างกายของเราเพื่อวิ่งลงสู่พื้นดินให้ครบวงจร ความรุนแรงของไฟดูดจะขึ้นอยู่กับปริมาณกระแสไฟและระยะเวลาที่ไหลผ่านร่างกาย ซึ่งอาจเริ่มตั้งแต่ความรู้สึกชา กล้ามเนื้อหดเกร็งจนไม่สามารถสะบัดหลุดได้ ผิวหนังไหม้ ไปจนถึงการทำให้ระบบหายใจล้มเหลว หัวใจเต้นผิดจังหวะ และเป็นอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้ในเวลาเพียงไม่กี่วินาที
หากสรุปให้เข้าใจง่าย ๆ ทั้ง 3 เหตุการณ์นี้มีความแตกต่างกันที่จุดเกิดเหตุ และผลกระทบอย่างชัดเจน โดยไฟช็อต คือความผิดปกติที่เกิดขึ้นภายในระบบไฟฟ้า ทำให้กระแสไฟลัดวงจร เกิดความร้อนและประกายไฟซึ่งเป็นสาเหตุหลักของไฟไหม้
ในขณะที่ ไฟรั่ว คือสภาวะที่ผิดปกติของอุปกรณ์ไฟฟ้าที่กระแสไฟหลุดรอดออกมาอยู่ตามโครงโลหะ หรือพื้นผิว ซึ่งเป็นภัยเงียบที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า และไฟดูด คือผลกระทบที่เกิดกับร่างกายมนุษย์ เมื่อเราเผลอไปสัมผัสกับอุปกรณ์ที่มีไฟรั่วหรือสายไฟที่ชำรุด ทำให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านร่างกายเราลงสู่พื้นดิน
หลายคนอาจสงสัยว่าอยู่ดี ๆ ทำไมระบบไฟฟ้าที่เคยใช้งานได้ปกติถึงเกิดปัญหาขึ้นมาได้ ความจริงแล้วอาการไฟช็อต ไฟรั่วและไฟดูดนั้น ไม่ได้เกิดขึ้นแบบไร้สาเหตุ แต่มักมีสัญญาณเตือนหรือต้นตอที่ซ่อนอยู่เสมอ มาดูกันว่าไฟช็อตเกิดจากอะไร และมีปัจจัยไหนบ้างที่คุณอาจมองข้ามไปบ้าง

สายไฟมีอายุการใช้งานจำกัด หากใช้งานมานานเกิน 15 – 20 ปี ฉนวนที่หุ้มสายไฟอาจกรอบ แตกหรือถูกหนูกัดแทะจนเนื้อทองแดงด้านในสัมผัสกันเอง หรือสัมผัสกับโครงสร้างที่เป็นโลหะ ทำให้เกิดกระแสไฟฟ้ารั่วไหลและลัดวงจรในที่สุด
การใช้ปลั๊กพ่วงตัวเดียวเชื่อมต่อกับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟสูงพร้อมกันหลายเครื่อง เช่น ไมโครเวฟ ตู้เย็นและกาน้ำร้อน จะทำให้เกิดความร้อนสะสมในสายไฟจนฉนวนละลาย ซึ่งเป็นสาเหตุยอดฮิตที่ทำให้เกิดไฟช็อตได้ง่ายที่สุด
น้ำเป็นตัวนำไฟฟ้าที่ดีเยี่ยม หากปลั๊กไฟหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าโดนน้ำฝนสาด มีน้ำรั่วซึมจากเพดาน หรือแม้แต่การใช้งานในที่ที่มีความชื้นสูงโดยไม่มีกล่องครอบเบรกเกอร์หรือระบบป้องกันที่เหมาะสม จะส่งผลให้กระแสไฟฟ้าไหลข้ามวงจรและเกิดการลัดวงจรทันที
การเดินสายไฟที่ไม่ได้มาตรฐาน เช่น การขันสกรูไม่แน่น การใช้ขนาดสายไฟไม่เหมาะสมกับโหลดไฟฟ้า หรือการไม่ใช้งานกล่องพักสายไฟเพื่อจัดระเบียบและป้องกันรอยต่อสายไฟ ล้วนเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดประกายไฟได้ทั้งหมด
ก่อนที่เหตุการณ์จะบานปลาย แนะนำให้รีบสังเกตสัญญาณเตือนเหล่านี้ หากพบเห็นควรรีบแก้ไขทันที เช่น
เมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันอย่างผู้ถูกไฟดูดหรือได้รับบาดเจ็บจากไฟช็อต การตั้งสติและเข้าช่วยเหลืออย่างถูกวิธีคือสิ่งสำคัญที่สุดที่จะช่วยลดความสูญเสียและรักษาชีวิตของผู้บาดเจ็บได้ โดยมีขั้นตอนการปฏิบัติที่ปลอดภัยดังต่อไปนี้
ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ความตื่นตระหนกอาจทำให้เราเผลอตัดสินใจผิดพลาดและนำไปสู่อันตรายที่ร้ายแรงกว่าเดิมได้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียซ้ำซ้อนหรือมีผู้บาดเจ็บเพิ่มขึ้น มีข้อควรระวัง ดังนี้
การซ่อมแซมหรือจัดการกับระบบไฟฟ้าไม่ใช่เรื่องที่ควรลงมือทำด้วยตัวเองหากไม่มีความเชี่ยวชาญ เพราะความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยอาจหมายถึงอันตรายถึงชีวิต ดังนั้น งานไฟฟ้าจึงควรเป็นหน้าที่ของช่างผู้ชำนาญการเท่านั้น และสำหรับช่างหรือผู้ที่ต้องปฏิบัติงานเกี่ยวกับระบบไฟฟ้าเป็นประจำ การสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคลอย่างรัดกุมถือเป็นกฎข้อบังคับที่ละเลยไม่ได้เด็ดขาด โดยอุปกรณ์เซฟตี้ที่จำเป็นต้องมี ได้แก่
การป้องกันย่อมดีกว่าการแก้ไขเสมอ และนี่คือเช็กลิสต์ที่จะช่วยให้บ้านของคุณปลอดภัยจากอันตรายของไฟฟ้า ได้แก่
เพื่อความปลอดภัยสูงสุดแนะนำให้เลือกใช้รางเดินสายไฟ ท่อร้อยสายไฟและกล่องพักสายไฟคุณภาพสูงจาก Leetech ที่ออกแบบมาเพื่อปกป้องระบบไฟฟ้าในบ้านคุณให้เป็นระเบียบ ทนความร้อนและป้องกันการกัดแทะจากสัตว์ไม่พึงประสงค์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เมื่อเราทราบแล้วว่า ไฟช็อต ไฟรั่ว เกิดจากอะไร ไม่ว่าจะเป็นจากความเสื่อมสภาพของสายไฟ อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ชำรุด หรือพฤติกรรมการใช้งานที่เสี่ยงอันตราย สิ่งสำคัญที่สุดคือการไม่ละเลยสัญญาณเตือนเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่อาจนำไปสู่อุบัติเหตุร้ายแรงในอนาคต การตรวจสอบระบบไฟฟ้าอย่างสม่ำเสมอ การติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันไฟรั่ว และการเลือกใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ได้มาตรฐาน ล้วนเป็นหัวใจสำคัญในการลดความเสี่ยงจากไฟฟ้าลัดวงจรได้ เพราะการลงทุนกับระบบไฟฟ้าที่ปลอดภัยตั้งแต่วันนี้ ไม่เพียงช่วยปกป้องชีวิตและทรัพย์สินจากอัคคีภัย แต่ยังช่วยให้คุณและคนที่คุณรักสามารถใช้ชีวิตภายในบ้านได้อย่างอุ่นใจ มั่นใจและปลอดภัยในระยะยาว
Leetech พร้อมเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยสำคัญในการยกระดับความปลอดภัยของระบบไฟฟ้า ด้วยอุปกรณ์ไฟฟ้าและอุปกรณ์ติดตั้งระบบไฟที่ได้มาตรฐาน ผลิตจากวัสดุคุณภาพสูง รองรับการใช้งานได้อย่างทนทานและปลอดภัย ช่วยลดความเสี่ยงจากไฟฟ้าลัดวงจรและไฟช็อตได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ทุกพื้นที่ในบ้านของคุณใช้งานไฟฟ้าได้อย่างมั่นใจในทุกวัน สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Line @leetech หรือโทร. 02-864-0833 ต่อ 4, 02-412-5639 หรือ 02-412-2561
อันดับแรกให้ตั้งสติและรีบไปที่ตู้คอนซูเมอร์ยูนิต (Consumer Unit) เพื่อสับคัตเอาต์หรือปิดเบรกเกอร์หลักทันทีเพื่อตัดกระแสไฟทั้งบ้าน ห้ามใช้มือเปล่าสัมผัสตัวผู้ที่ถูกไฟดูดหรืออุปกรณ์ที่กำลังมีไฟช็อตเด็ดขาด
แนะนำให้ตรวจสอบระบบไฟฟ้าครั้งใหญ่ทุก ๆ 3 – 5 ปี สำหรับบ้านพักอาศัยทั่วไป แต่หากเป็นบ้านเก่าที่มีอายุมากกว่า 15 ปี ควรตรวจสอบอย่างละเอียดทุกปีเพื่อเช็กสภาพฉนวนสายไฟ
ได้ เพราะเมื่อเกิดไฟฟ้าลัดวงจรจะเกิดความร้อนสูงมากจนทำให้ฉนวนสายไฟละลายและเกิดประกายไฟ หากบริเวณนั้นมีวัสดุติดไฟง่าย เช่น ผ้าม่าน กระดาษหรือพรม ก็จะทำให้ไฟลุกลามกลายเป็นเพลิงไหม้ได้อย่างรวดเร็ว