บทความ

ไฟช็อต เกิดจากอะไร? พร้อมวิธีป้องกันให้บ้านปลอดภัยจากไฟฟ้าลัดวงจร

ไฟช็อต เกิดจากอะไร

ไฟช็อต ไฟรั่ว ไฟดูดหรือไฟฟ้าลัดวงจรเป็นอุบัติเหตุใกล้ตัวที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น เพราะนอกจากจะทำให้อุปกรณ์ไฟฟ้าเสียหายแล้ว ยังเป็นสาเหตุหลักของอัคคีภัยที่สร้างความสูญเสียต่อทรัพย์สินและชีวิต เพราะฉะนั้นในบทความนี้ Leetech จะพาคุณไปเจาะลึกสาเหตุของการเกิดไฟช็อตว่าเกิดจากอะไร พร้อมแนวทางป้องกันที่ทำตามได้จริง เพื่อเปลี่ยนบ้านให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับทุกคนในครอบครัว  

ไฟช็อต คืออะไร 

ไฟช็อต คือปรากฏการณ์ที่กระแสไฟฟ้าไหลลัดผ่านเส้นทางที่สั้นที่สุด หรือออกนอกเส้นทางที่ออกแบบไว้ในวงจร ซึ่งมักเกิดจากการที่สายไฟเส้นที่มีกระแสไฟฟ้า (สาย L) สัมผัสกับสายไฟเส้นที่ไม่มีกระแสไฟฟ้า (สาย N) หรือโครงโลหะโดยตรง เมื่อเกิดการลัดวงจร กระแสไฟฟ้าปริมาณมหาศาลจะไหลผ่านจุดนั้นอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดความร้อนสะสมสูง ประกายไฟ เสียงดังคล้ายระเบิด และเป็นสาเหตุอันดับต้น ๆ ของการเกิดอัคคีภัยในที่พักอาศัย 

ไฟรั่ว คืออะไร  

ไฟรั่ว คือความผิดปกติที่เกิดจากกระแสไฟฟ้ารั่วไหลออกจากวงจรที่ควรจะเป็น ไปอยู่ตามโครงสร้างภายนอกที่เป็นโลหะของเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น โครงตู้เย็น โครงเครื่องซักผ้า หรือแม้กระทั่งผนังบ้านที่มีความชื้น ไฟรั่วอาจไม่ทำให้เกิดประกายไฟจนสังเกตเห็นได้ชัดเจนเหมือนไฟช็อต แต่จะทำให้สิ้นเปลืองพลังงาน หรือค่าไฟแพงขึ้นโดยไม่ทราบสาเหต และเป็นเสมือนระเบิดเวลาที่รอให้มีคนไปสัมผัส ซึ่งจะนำไปสู่อันตรายร้ายแรงที่เรียกว่า “ไฟดูด” หากไม่มีระบบสายดินป้องกันไว้ 

ไฟดูด คืออะไร  

ไฟดูด คือผลลัพธ์ที่เกิดต่อเนื่องมาจากการสัมผัสกับจุดที่มีไฟรั่วหรือสายไฟที่ชำรุด โดยร่างกายของมนุษย์มีความชื้นและทำหน้าที่เป็นตัวนำไฟฟ้า เมื่อเราไปสัมผัสกับกระแสไฟฟ้าโดยที่เท้าเหยียบอยู่บนพื้น หรือร่างกายเปียกชื้น กระแสไฟฟ้าจะไหลผ่านร่างกายของเราเพื่อวิ่งลงสู่พื้นดินให้ครบวงจร ความรุนแรงของไฟดูดจะขึ้นอยู่กับปริมาณกระแสไฟและระยะเวลาที่ไหลผ่านร่างกาย ซึ่งอาจเริ่มตั้งแต่ความรู้สึกชา กล้ามเนื้อหดเกร็งจนไม่สามารถสะบัดหลุดได้ ผิวหนังไหม้ ไปจนถึงการทำให้ระบบหายใจล้มเหลว หัวใจเต้นผิดจังหวะ และเป็นอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้ในเวลาเพียงไม่กี่วินาที 

ไฟช็อต ไฟรั่ว ไฟดูด ต่างกันอย่างไร 

หากสรุปให้เข้าใจง่าย ๆ ทั้ง 3 เหตุการณ์นี้มีความแตกต่างกันที่จุดเกิดเหตุ และผลกระทบอย่างชัดเจน โดยไฟช็อต คือความผิดปกติที่เกิดขึ้นภายในระบบไฟฟ้า ทำให้กระแสไฟลัดวงจร เกิดความร้อนและประกายไฟซึ่งเป็นสาเหตุหลักของไฟไหม้ 

ในขณะที่ ไฟรั่ว คือสภาวะที่ผิดปกติของอุปกรณ์ไฟฟ้าที่กระแสไฟหลุดรอดออกมาอยู่ตามโครงโลหะ หรือพื้นผิว ซึ่งเป็นภัยเงียบที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า และไฟดูด คือผลกระทบที่เกิดกับร่างกายมนุษย์ เมื่อเราเผลอไปสัมผัสกับอุปกรณ์ที่มีไฟรั่วหรือสายไฟที่ชำรุด ทำให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านร่างกายเราลงสู่พื้นดิน  

ไฟช็อต ไฟรั่ว ไฟดูด เกิดจากอะไร?  

หลายคนอาจสงสัยว่าอยู่ดี ๆ ทำไมระบบไฟฟ้าที่เคยใช้งานได้ปกติถึงเกิดปัญหาขึ้นมาได้ ความจริงแล้วอาการไฟช็อต ไฟรั่วและไฟดูดนั้น ไม่ได้เกิดขึ้นแบบไร้สาเหตุ แต่มักมีสัญญาณเตือนหรือต้นตอที่ซ่อนอยู่เสมอ มาดูกันว่าไฟช็อตเกิดจากอะไร และมีปัจจัยไหนบ้างที่คุณอาจมองข้ามไปบ้าง   

ต่อพ่วงอุปกรณ์ไฟฟ้าเกินกำลัง

สายไฟเก่า เสื่อมสภาพหรือฉนวนชำรุด 

สายไฟมีอายุการใช้งานจำกัด หากใช้งานมานานเกิน 15 – 20 ปี ฉนวนที่หุ้มสายไฟอาจกรอบ แตกหรือถูกหนูกัดแทะจนเนื้อทองแดงด้านในสัมผัสกันเอง หรือสัมผัสกับโครงสร้างที่เป็นโลหะ ทำให้เกิดกระแสไฟฟ้ารั่วไหลและลัดวงจรในที่สุด  

การต่อพ่วงอุปกรณ์ไฟฟ้าเกินกำลัง 

การใช้ปลั๊กพ่วงตัวเดียวเชื่อมต่อกับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟสูงพร้อมกันหลายเครื่อง เช่น ไมโครเวฟ ตู้เย็นและกาน้ำร้อน จะทำให้เกิดความร้อนสะสมในสายไฟจนฉนวนละลาย ซึ่งเป็นสาเหตุยอดฮิตที่ทำให้เกิดไฟช็อตได้ง่ายที่สุด  

อุปกรณ์ไฟฟ้าเสียหายจากน้ำและความชื้น 

น้ำเป็นตัวนำไฟฟ้าที่ดีเยี่ยม หากปลั๊กไฟหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าโดนน้ำฝนสาด มีน้ำรั่วซึมจากเพดาน หรือแม้แต่การใช้งานในที่ที่มีความชื้นสูงโดยไม่มีกล่องครอบเบรกเกอร์หรือระบบป้องกันที่เหมาะสม จะส่งผลให้กระแสไฟฟ้าไหลข้ามวงจรและเกิดการลัดวงจรทันที 

การติดตั้งที่ไม่ถูกต้อง 

การเดินสายไฟที่ไม่ได้มาตรฐาน เช่น การขันสกรูไม่แน่น การใช้ขนาดสายไฟไม่เหมาะสมกับโหลดไฟฟ้า หรือการไม่ใช้งานกล่องพักสายไฟเพื่อจัดระเบียบและป้องกันรอยต่อสายไฟ ล้วนเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดประกายไฟได้ทั้งหมด   

สัญญาณอันตรายที่คุณต้องเฝ้าระวัง ก่อนเกิดเหตุไฟช็อต 

ก่อนที่เหตุการณ์จะบานปลาย แนะนำให้รีบสังเกตสัญญาณเตือนเหล่านี้ หากพบเห็นควรรีบแก้ไขทันที เช่น 

  • กลิ่นเหม็นไหม้หรือรอยไหม้ที่บริเวณเต้าเสียบ หากได้กลิ่นเหมือนพลาสติกไหม้ หรือเห็นรอยคล้ำดำรอบ ๆ รูปลั๊ก แสดงว่ามีความร้อนสูงผิดปกติเกิดขึ้นภายใน 
  • เบรกเกอร์ตัดไฟบ่อยครั้งผิดปกติ (Trip บ่อย) สัญญาณเตือนว่าระบบกำลังทำงานเกินกำลัง หรือมีกระแสไฟฟ้ารั่วในจุดใดจุดหนึ่ง 
  • มีเสียงแปลก ๆ หรือเห็นประกายไฟจากสวิตช์หรือปลั๊กไฟ เสียงแป๊ะ หรือเสียงจี่ขณะเสียบปลั๊ก คืออาการอาร์ค (Arc) ของไฟฟ้าที่อันตรายมาก 

วิธีปฐมพยาบาลกรณีเกิดเหตุไฟช็อต ไฟดูด 

เมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันอย่างผู้ถูกไฟดูดหรือได้รับบาดเจ็บจากไฟช็อต การตั้งสติและเข้าช่วยเหลืออย่างถูกวิธีคือสิ่งสำคัญที่สุดที่จะช่วยลดความสูญเสียและรักษาชีวิตของผู้บาดเจ็บได้ โดยมีขั้นตอนการปฏิบัติที่ปลอดภัยดังต่อไปนี้ 

  • ตัดกระแสไฟฟ้าทันที สิ่งแรกที่ต้องทำคือการตัดวงจรไฟฟ้า โดยสับเมนเบรกเกอร์ ปลดคัตเอาต์ หรือถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เป็นต้นเหตุออกทันที ห้ามเข้าไปสัมผัสตัวผู้ที่กำลังถูกไฟดูดด้วยมือเปล่าอย่างเด็ดขาด
  • แยกผู้บาดเจ็บออกจากแหล่งกระแสไฟ หากไม่สามารถหาจุดตัดไฟได้ ให้ใช้วัสดุที่เป็นฉนวนไฟฟ้า และต้องแห้งสนิท เช่น ไม้กวาดด้ามไม้ ท่อพีวีซี เข็มขัดหนัง หรือผ้าเช็ดตัวแห้ง ๆ เขี่ยสายไฟให้หลุดออก หรือคล้องดึงตัวผู้บาดเจ็บออกมา โดยผู้ช่วยเหลือควรยืนอยู่บนพื้นที่แห้งสนิท หรือสวมรองเท้าพื้นยางเพื่อป้องกันกระแสไฟไหลเข้าสู่ตัวเอง
  • ประเมินอาการและโทรขอความช่วยเหลือ เมื่อนำผู้บาดเจ็บออกมายังพื้นที่ปลอดภัยแล้ว ให้รีบโทรแจ้งสายด่วน 1669 เพื่อขอความช่วยเหลือทางการแพทย์โดยด่วน
  • ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น (CPR) ตรวจสอบการรับรู้ การหายใจ และชีพจร หากพบว่าผู้บาดเจ็บหมดสติ ไม่หายใจ หรือหัวใจหยุดเต้น ให้ผู้ที่ผ่านการฝึกอบรมรีบทำการปั๊มหัวใจ (CPR) ทันทีอย่างต่อเนื่องจนกว่ารถพยาบาลจะมาถึง
  • ดูแลบาดแผลรอยไหม้ หากมีบาดแผลพุพองหรือรอยไหม้จากกระแสไฟฟ้า ให้ใช้ผ้าก๊อซหรือผ้าที่สะอาดคลุมบาดแผลไว้เบา ๆ เพื่อป้องกันการติดเชื้อ ห้ามทายา โลชั่น หรือใช้น้ำแข็งประคบโดยเด็ดขาด 

ข้อควรระวังเมื่อเกิดเหตุไฟช็อต ไฟรั่ว ไฟดูด 

ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ความตื่นตระหนกอาจทำให้เราเผลอตัดสินใจผิดพลาดและนำไปสู่อันตรายที่ร้ายแรงกว่าเดิมได้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียซ้ำซ้อนหรือมีผู้บาดเจ็บเพิ่มขึ้น มีข้อควรระวัง ดังนี้ 

  • ห้ามใช้มือเปล่าสัมผัสผู้ถูกไฟดูดเด็ดขาด เพราะกระแสไฟฟ้าสามารถไหลผ่านตัวผู้บาดเจ็บมาสู่ตัวผู้ช่วยเหลือได้ทันที  
  • ห้ามใช้น้ำสาดเพื่อดับไฟที่เกิดจากไฟช็อต หากการลัดวงจรลุกลามจนเกิดเพลิงไหม้ที่อุปกรณ์ไฟฟ้า ห้ามใช้น้ำสาดเพื่อดับไฟเด็ดขาด เพราะน้ำเป็นตัวนำไฟฟ้าชั้นดี กระแสไฟอาจวิ่งย้อนกลับมาดูดผู้ที่สาดน้ำได้ หากจำเป็นต้องดับไฟเบื้องต้น ให้ใช้ถังดับเพลิงประเภท C ที่ออกแบบมาสำหรับดับเพลิงจากอุปกรณ์ไฟฟ้าโดยเฉพาะ 
  • ห้ามเดินลุยน้ำเข้าไปช่วยเหลือ หากเหตุการณ์ไฟรั่วหรือไฟดูดเกิดขึ้นในบริเวณที่มีน้ำขัง พื้นเปียกชื้น หรือน้ำท่วม ห้ามเดินลุยน้ำเข้าไปช่วยเหลือหรือพยายามไปปิดสวิตช์ไฟบริเวณนั้นโดยเด็ดขาด เพราะกระแสไฟอาจกระจายตัวอยู่ในน้ำ ให้หาวิธีตัดไฟจากเมนเบรกเกอร์หลักที่อยู่ในพื้นที่แห้งเท่านั้น 
  • ห้ามใช้วัสดุตัวนำไฟฟ้าหรือของเปียกชื้นเข้าช่วยเหลือ อุปกรณ์ที่จะนำมาใช้เขี่ยสายไฟหรือดึงตัวผู้บาดเจ็บ จะต้องเป็นฉนวนไฟฟ้าที่แห้งสนิทเท่านั้น ห้ามใช้กิ่งไม้สด ร่มที่มีโครงเหล็ก ไม้ถูพื้นเปียก ๆ หรือท่อโลหะอย่างเด็ดขาด
  • อย่าเพิกเฉยต่อความเสียหายหลังเกิดเหตุ หลังจากตัดไฟและเคลียร์สถานการณ์จนปลอดภัยแล้ว ห้ามนำเครื่องใช้ไฟฟ้า ปลั๊กพ่วง หรือสายไฟที่เกิดการช็อตจนไหม้เกรียมกลับมาใช้งานซ้ำ และอย่าพยายามซ่อมแซมเองหากไม่มีความเชี่ยวชาญ ควรเรียกช่างไฟฟ้ามืออาชีพเข้ามาตรวจสอบและเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่เพื่อความปลอดภัยระยะยาว 

อุปกรณ์ที่ต้องเตรียมเพื่อความปลอดภัย 

การซ่อมแซมหรือจัดการกับระบบไฟฟ้าไม่ใช่เรื่องที่ควรลงมือทำด้วยตัวเองหากไม่มีความเชี่ยวชาญ เพราะความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยอาจหมายถึงอันตรายถึงชีวิต ดังนั้น งานไฟฟ้าจึงควรเป็นหน้าที่ของช่างผู้ชำนาญการเท่านั้น และสำหรับช่างหรือผู้ที่ต้องปฏิบัติงานเกี่ยวกับระบบไฟฟ้าเป็นประจำ การสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคลอย่างรัดกุมถือเป็นกฎข้อบังคับที่ละเลยไม่ได้เด็ดขาด โดยอุปกรณ์เซฟตี้ที่จำเป็นต้องมี ได้แก่

  • ถุงมือยางกันไฟฟ้า ช่วยป้องกันไม่ให้กระแสไฟฟ้าไหลเข้าสู่ร่างกายขณะต้องหยิบจับหรือสัมผัสกับอุปกรณ์ไฟฟ้า
  • ถุงมือหนังสำหรับสวมทับ ใช้สวมทับถุงมือยางอีกชั้นเพื่อป้องกันการฉีกขาด โดนของมีคมบาด หรือรอยขีดข่วน โดยถุงมือหนังที่ใช้ต้องมีความหนา ทนทาน และออกแบบให้มีความยาวปกปิดลงมาถึงช่วงข้อมือ
  • หมวกเซฟตี้ (หมวกนิรภัย) เมื่อต้องปีนขึ้นไปปฏิบัติงานบนที่สูงตั้งแต่ 4 เมตรขึ้นไป การสวมหมวกนิรภัยเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อป้องกันศีรษะจากการพลัดตกหรือมีสิ่งของหล่นกระแทก
  • รองเท้าเซฟตี้หุ้มข้อพื้นยาง ทำหน้าที่เป็นฉนวนต้านทานไฟฟ้า ไม่ให้กระแสไฟไหลผ่านร่างกายลงสู่พื้นดินจนครบวงจร โดยเฉพาะการทำงานในระดับความสูง 4 เมตรขึ้นไปยิ่งต้องสวมใส่รองเท้าประเภทนี้เพื่อความปลอดภัยสูงสุด
  • อุปกรณ์กันตก เช่น เข็มขัดนิรภัย และเชือกช่วยชีวิต สำหรับการปฏิบัติงานบนเสาไฟหรือพื้นที่สูง เชือกช่วยชีวิตและเข็มขัดนิรภัยจะช่วยยึดรั้งร่างกาย ป้องกันการพลัดตก และช่วยให้ทีมงานสามารถดึงตัวช่วยเหลือได้ทันท่วงทีในกรณีฉุกเฉิน
  • เสื้อชูชีพ ในกรณีที่จุดติดตั้งหรือซ่อมแซมระบบไฟฟ้าอยู่ใกล้กับแม่น้ำ ลำคลอง หรือแหล่งน้ำ การสวมเสื้อชูชีพเตรียมพร้อมไว้จะช่วยลดความเสี่ยงในการจมน้ำหากเกิดอุบัติเหตุพลัดตกลงไป

วิธีป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟช็อตให้ถูกต้องตามหลักความปลอดภัย 

การป้องกันย่อมดีกว่าการแก้ไขเสมอ และนี่คือเช็กลิสต์ที่จะช่วยให้บ้านของคุณปลอดภัยจากอันตรายของไฟฟ้า ได้แก่ 

  • ตรวจสอบและบำรุงรักษาระบบไฟฟ้าเป็นประจำ ควรหมั่นสังเกตสภาพสายไฟและเต้ารับ หากพบความผิดปกติให้เรียกช่างไฟมาดำเนินการแก้ไขทันที 
  • ติดตั้งเครื่องตัดไฟรั่ว (RCD/ELCB) ที่ได้มาตรฐาน อุปกรณ์นี้จะช่วยตัดกระแสไฟฟ้าทันทีเมื่อตรวจพบไฟรั่วหรือไฟช็อต ช่วยลดความเสี่ยงไฟฟ้าดูดและไฟไหม้ 
  • เลือกใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าและสายไฟคุณภาพสูง การเลือกใช้อุปกรณ์ที่ได้รับมาตรฐาน มอก. เป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะการวางระบบเดินสายไฟที่ต้องคำนึงถึงมาตรฐานการเดินสายไฟ เพื่อความทนทานและความปลอดภัยในระยะยาว 

เพื่อความปลอดภัยสูงสุดแนะนำให้เลือกใช้รางเดินสายไฟ ท่อร้อยสายไฟและกล่องพักสายไฟคุณภาพสูงจาก Leetech ที่ออกแบบมาเพื่อปกป้องระบบไฟฟ้าในบ้านคุณให้เป็นระเบียบ ทนความร้อนและป้องกันการกัดแทะจากสัตว์ไม่พึงประสงค์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

สายไฟที่ได้มาตรฐาน

สรุปบทความ 

เมื่อเราทราบแล้วว่า ไฟช็อต ไฟรั่ว เกิดจากอะไร ไม่ว่าจะเป็นจากความเสื่อมสภาพของสายไฟ อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ชำรุด หรือพฤติกรรมการใช้งานที่เสี่ยงอันตราย สิ่งสำคัญที่สุดคือการไม่ละเลยสัญญาณเตือนเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่อาจนำไปสู่อุบัติเหตุร้ายแรงในอนาคต การตรวจสอบระบบไฟฟ้าอย่างสม่ำเสมอ การติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันไฟรั่ว และการเลือกใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ได้มาตรฐาน ล้วนเป็นหัวใจสำคัญในการลดความเสี่ยงจากไฟฟ้าลัดวงจรได้ เพราะการลงทุนกับระบบไฟฟ้าที่ปลอดภัยตั้งแต่วันนี้ ไม่เพียงช่วยปกป้องชีวิตและทรัพย์สินจากอัคคีภัย แต่ยังช่วยให้คุณและคนที่คุณรักสามารถใช้ชีวิตภายในบ้านได้อย่างอุ่นใจ มั่นใจและปลอดภัยในระยะยาว 

Leetech พร้อมเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยสำคัญในการยกระดับความปลอดภัยของระบบไฟฟ้า ด้วยอุปกรณ์ไฟฟ้าและอุปกรณ์ติดตั้งระบบไฟที่ได้มาตรฐาน ผลิตจากวัสดุคุณภาพสูง รองรับการใช้งานได้อย่างทนทานและปลอดภัย ช่วยลดความเสี่ยงจากไฟฟ้าลัดวงจรและไฟช็อตได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ทุกพื้นที่ในบ้านของคุณใช้งานไฟฟ้าได้อย่างมั่นใจในทุกวัน สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Line @leetech หรือโทร. 02-864-0833 ต่อ 4, 02-412-5639 หรือ 02-412-2561

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

เมื่อเกิดไฟช็อต หรือไฟฟ้าลัดวงจร ควรทำอย่างไรเป็นอันดับแรก? 

อันดับแรกให้ตั้งสติและรีบไปที่ตู้คอนซูเมอร์ยูนิต (Consumer Unit) เพื่อสับคัตเอาต์หรือปิดเบรกเกอร์หลักทันทีเพื่อตัดกระแสไฟทั้งบ้าน ห้ามใช้มือเปล่าสัมผัสตัวผู้ที่ถูกไฟดูดหรืออุปกรณ์ที่กำลังมีไฟช็อตเด็ดขาด  

ควรให้ช่างผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบระบบไฟฟ้าบ่อยแค่ไหน? 

แนะนำให้ตรวจสอบระบบไฟฟ้าครั้งใหญ่ทุก ๆ 3 – 5 ปี สำหรับบ้านพักอาศัยทั่วไป แต่หากเป็นบ้านเก่าที่มีอายุมากกว่า 15 ปี ควรตรวจสอบอย่างละเอียดทุกปีเพื่อเช็กสภาพฉนวนสายไฟ   

ไฟฟ้าลัดวงจรทำให้เกิดเพลิงไหม้ได้หรือไม่? 

ได้ เพราะเมื่อเกิดไฟฟ้าลัดวงจรจะเกิดความร้อนสูงมากจนทำให้ฉนวนสายไฟละลายและเกิดประกายไฟ หากบริเวณนั้นมีวัสดุติดไฟง่าย เช่น ผ้าม่าน กระดาษหรือพรม ก็จะทำให้ไฟลุกลามกลายเป็นเพลิงไหม้ได้อย่างรวดเร็ว